มหาพีระมิดแห่งกีชา

 

 

7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก 1 ในนั้นมีชื่อของพีระมิดแห่งกีซาร่วมอยู่ด้วย สิ่งมหัศจรรย์ของโลกที่ใหญ่ที่สุด เก่าแก่ที่สุด และยังคงสภาพสมบูรณ์มากที่สุด และเหนือไปกว่านั้นคือจวบจนปัจจุบันก็ไม่มีใครทราบได้อย่างชัดเจนว่า บรรพบุรุษชาวไอคุปต์สร้างขึ้นมาได้อย่างไร เพราะปัจจุบันเหล่านักประวัติศาสตร์ก็ทำได้เพียงแค่สันนิษฐานขึ้นมาเท่านั้น

 

มหา พีระมิดแห่งกีซา สร้างขึ้นในยุคราชวงศ์ที่ 4 เป็นที่เก็บมัมมีของ 3 ฟาโรห์ คือ ฟาโรห์คูฟู ฟาโรห์คาเฟร และฟาโรห์เมนคูเร นั้นจึงเป็นที่มาของชื่อพีระมิดทั้งสามครับ

 

1.พีระมิดคูฟู (Khufu) หรือ มหาพีระมิดแห่งกีซา เป็นพีระมิดที่ตั้งอยู่ขวาสุดจากภาพนะครับ ซึ่งใหญ่ที่สุดและเก่าแก่ที่สุด และยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกอีกด้วย พีระมิดนี้สร้างขึ้นเพื่อไว้เก็บร่างมัมมี่ของฟาโรห์คูฟูครับ ชาวอียิปต์จะสร้างพีระมิดให้สูงเนื่องจากเพื่อจะให้ฟาโรห์อันเป็นที่รักของ พวกเขาได้เข้าใกล้สวรรค์ หรือโลกหน้ามากที่สุด

 

2.พีระมิดคาเฟร (Khafre) พีระมิดที่ตั้งอยู่ตรงกลางนะครับ อย่าเข้าใจผิดว่าใหญ่สุด จริงๆ ไม่ใช่นะครับ เพราะถูกสร้างไว้บนที่สูงกว่าจึงทำให้ดูใหญ่กว่าพีระมิดอื่นๆ ตั้งอยู่ใกล้กับ มหาสฟิงซ์ (The Great Sphinx of Giza) หินแกะสลักรูปคล้ายสิงโต แต่มีหัวเป็นฟาโรห์

 

3.พีระมิดเมนคูเร (Menkaure) ที่เก็บมัมมี่ของฟาโรห์เมนคูเร ซึ่งมียศเป็นหลานของฟาโรห์คูฟูครับ พีระมิดนี้สร้างขึ้นหลังสุด และมีขนาดเล็กที่สุด ตั้งอยู่ใกล้กับกับหมู่พีระมิดราชินีทั้ง 3 (The Three Queen’s Pyramids) พีระมิดเล็กๆ ด้านหน้านะครับ

 

ทราบ ประวัติแล้วฟังดูยิ่งใหญ่ดีไหมครับ ไม่น่าเชื่อว่าคนสมัยก่อนจะสามารถสร้างอะไรได้ยิ่งใหญ่ขนาดนี้นะครับ เครื่องไม้เครื่องมือก็ไม่ได้ทันสมัยเหมือนยุคเรา แต่สิ่งที่พวกเขามีอันก็คือ ความจงรักภักดีต่อกษัตริย์หรือฟาโรห์ของพวกเขา และความศรัทธาที่แรงกล้า จึงสามารถสร้างสรรค์สิ่งที่ล้ำค่าและโลกต้องจดจำไปตลอด

วิวัฒนาการของพีระมิด

ก่อน จะเข้าสู่เรื่องราวของพีระมิดกีซ่าอันโด่งดัง วันนี้เรามาทราบถึงที่มาที่ไปของการสร้างพีระมิดกันก่อนนะครับ สำหรับพีระมิดที่ใช้เวลานับสิบปีในการสร้างเพื่อปกป้องร่างมัมมีอันไร้ วิญญาณของเหล่าฟาโรห์ผู้ยิ่งใหญ่ ชาวอียิปต์โบราณเชื่อในเรื่องเทพเจ้าที่คอยปกปักรักษาพวกตน ซึ่งเทพเจ้าของชาวอียิปต์สมัยนั้นก็มีมากมาย อาทิเช่น รา(Ra)สุริยเทพ โอซิริส (Osiris) เทพเจ้าแห่งตำนานในการทำมัมมี่ และความเชื่อในเรื่องชาติภพหน้าว่ามนุษย์ทุกคนตายไปแล้ว จะได้กลับมาเกิดใหม่ในร่างเดิมของตน จึงเป็นที่มาของการรักษาร่างที่เสียชีวิตไว้อย่างดี ภายในหลุมศพ ที่ขุดลึกลงไปใต้พื้นพิภพอันร้อนระอุ

ภายในหลุมศพก็คาคั่งไปด้วย ทรัพย์สมบัติ รวมถึงสิ่งของเครื่องใช้องค์ฟาโรห์ อียิปต์โบราณเชื่อว่าการรักษาไว้ซึ่งพระศพของฟาโรห์ รวมถึงเครื่องไม้เครื่องมือ เครื่องประดับ หรือแม้กระทั้งอาหาร และสัตว์เลี้ยงที่ถูกทำเป็นมุมมี่ด้วย ก็เพื่อให้ฟาโรห์ของพวกเขาได้ใช้ประโยชน์ในขณะที่กำลังเดินทางไปยังชาติภพ หน้านั่นเอง

แรกเริ่มเดิมทีหลุมศพที่ใช้ฝังร่างฟาโรห์จะใช้วิธีการ ขุดลงไปในพื้นดิน แล้วมีแผ่นสี่เหลี่ยม หรือประตูปิดทับทางเข้าไว้เท่านั้น ต่อมาก็เริ่มสร้างขึ้นเป็นทรงสีเหลี่ยมผืนผ้ายกพื้นสูงขึ้น หลังคาเรียบ สร้างเพื่อปกคลุมทางลงสู่ห้องเก็บศพซึ่งอยู่ลึก ลงไปใต้ดิน เป็นลักษณะของสุสานช่วงต้นราชวงศ์ก่อนจะพัฒนารูปแบบไปเป็นพีระมิด ซึ่งเรียกว่า “มาสตาบา(mastaba)”

พีระมิดขั้นบันได (Step Pyramid) พีระมิดแห่งแรกของอียิปต์

พี ระมิดโจเซอร์ (Djoser’s Pyramid) หรือ พีระมิดแห่งซักการา (The Pyramid of Saqqara) นับเป็นพีระมิดแห่งแรกของอียิปต์ ที่ฟาโรห์โจเซอร์ (Djoser หรือ Zoser) แห่งราชวงศ์ที่ 3 เป็นผู้สร้างขึ้น โดยมี อิมโฮเทป (Imhotep) ที่ปรึกษาประจำองค์ฟาโรห์เป็นสถาปนิกผู้ออกแบบ ลักษณะที่สำคัญคือเป็น พีระมิดขั้นบันได (Step Pyramid) ซ้อนกันรวม 6 ชั้น เปรียบเสมือนบันไดไปสู่สวรรค์ ส่วนพีระมิดรุ่นหลังที่เป็นแบบมหาพีระมิดที่แต่ละด้านของพีระมิดลาดเอียงลง ประมาณ 51 องศามีความชันน้อยกว่าและไม่เป็นขั้นบันได ก็ถือว่าเป็นการลาดของลำแสงดวงอาทิตย์เช่นกัน ในขณะที่พีระมิดยุคต่อมาจะไม่มีลักษณะของขั้นบันไดให้เห็น

พีระมิดไมดุม (Meidum Pyramid)

พี ระมิดไมดุม สร้างโดยฟาโรห์สเนเฟอรู (Sneferu) หรืออีกพระนามหนึ่งคือ ซเนเฟรู (Sneferu) ฟาโรห์องค์แรกแห่งราชวงศ์ที่ 4 ของอียิปต์โบราณ เป็นพีระมิดที่พยายามพัฒนารูปแบบต่อจากพีระมิดขั้นบันไดของฟาโรห์โซเซอร์ โดยตั้งใจจะก่อสร้างให้มีรูปร่างเป็นพีระมิดที่สมบูรณ์ แต่เกิดปัญหาพังทลายลงระหว่างการก่อสร้างเนื่องจากพื้นทรายด้านล่างรองรับ น้ำหนักพีระมิดไม่ไหว นักประวัติศาสตร์ส่วนหนึ่งเชื่อว่า ฟาโรห์สนอฟรูสร้างพีระมิดไมดุมนี้ให้กับ ฟาโรห์ฮูนิ (Huni) ฟาโรห์องค์สุดท้ายของราชวงศ์ที่ 3 ผู้เป็นพระราชบิดาของพระองค์

พีระมิดทรงโค้ง (Bent Pyramid)

พีระมิด ทรงโค้ง (Bent Pyramid) สร้างขึ้นโดยฟาโรห์สเนเฟอรู (Sneferu) หลังล้มเหลวจากการก่อสร้างพีระมิดไมดุม เดิมมีเป้าหมายจะสร้างให้มีรูปร่างเป็นแบบพีระมิดที่สมบูรณ์ แต่เกิดปัญหาในระหว่างการก่อสร้างเนื่องจากแต่ละด้านของพีระมิดทำมุมชันมาก เกินไปคือชันถึง 54 องศาทำให้ต้องเปลี่ยนแบบการก่อสร้างกลางคัน กลายเป็นพีระมิดที่แต่ละด้านหักมุมเปลี่ยนความชันที่ประมาณระหว่างกลางความ สูงของพีระมิดเหลือความชัน 43 องศา นับเป็นพีระมิดที่มีชื่อเสียงอีกแห่งหนึ่งเนื่องจากรูปร่างที่แปลกตาอย่าง เห็นได้ชัดและแสดงถึงความสามารถของผู้สร้างที่สามารถแก้ไขปัญหาการก่อสร้าง ที่เกิดขึ้นเมื่อกว่า 4,600 ปีมาแล้ว

พีระมิดแดง (Red Pyramid)

พีระมิด แดง (Red Pyramid) สร้างโดยฟาโรห์สเนเฟอรู (Sneferu) เช่นกัน พีระมิดแดงมีความสูงถึง 104 เมตร (341 ฟุต) หรือประมาณอาคารสูง 30 ชั้น (เมื่อคิดความสูงที่ชั้นละ 3.5 เมตร) ฐานพีระมิดแต่ละด้านยาว 220 เมตร (722 ฟุต) หรือมีขนาดฐานเกือบเท่ากับมหาพีระมิดคูฟูแห่งกิซ่า นับเป็นพีระมิดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในพีระมิด 3 แห่งที่เมืองดาชูร์ (Dahshur) และในยุคสมัยที่ก่อสร้างแล้วเสร็จยังนับเป็นสิ่งก่อสร้างสูงที่สุดในโลกใน ขณะนั้นอีกด้วย และเนื่องจากพีระมิดนี้สร้างโดยปิดผิวนอกด้วยหินแกรนิตสีแดงทำให้ได้ชื่อว่า พีระมิดแดงจากสีหินแกรนิตนั่นเอง

 

คำถาม

1.พีระมิดอียิปต์มีความสำคัญอย่างไร

2.พีระมิดเกิดขึ้นมาได้อย่างไร

3.คำว่า “พีระมิด”มาจากคำว่า “Pyramid” ในภาษา กรีก ซึ่งแปลว่า….

4.พีระมิดในภาษาอียิปต์โบราณ เรียกว่า

5.ชาวอียิปต์โบราณเชื่อเรื่อง “ชีวิตหลังความตาย” เพราะเหตุใด

http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=egypt&group=3

โพสท์ใน Uncategorized | ใส่ความเห็น